2568/03/11 เมื่อตั้งคำถามใน ChatGPT ว่า สส. ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ควรที่จะเป็นคณะกรรมการกำหนดกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่

เมื่อตั้งคำถามใน ChatGPT ว่า สส. ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ควรที่จะเป็นคณะกรรมการกำหนดกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่ ?
ChatGPT วิเคราะห์ว่า
กรณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ควรพิจารณาตามหลัก จริยธรรมทางการเมือง ความโปร่งใส และผลประโยชน์ทับซ้อน โดยสามารถพิจารณาได้จาก 2 มุมมองหลัก:
1. ไม่ควรเป็นคณะกรรมการกำหนดกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า
- อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน: สส. ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจมีแนวโน้มสนับสนุนนโยบายที่เอื้อต่อการใช้บุหรี่ไฟฟ้า หรืออาจลดความเข้มงวดของกฎหมาย
- ขาดความเป็นกลาง: เนื่องจากมีพฤติกรรมใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่แล้ว อาจมีอคติต่อการพิจารณามาตรการควบคุมที่เข้มงวด เช่น การห้ามจำหน่าย หรือการจำกัดการโฆษณา
- กระทบความน่าเชื่อถือของนโยบายสาธารณะ: หากกฎหมายที่ออกมาดูเหมือนเอื้อให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายหรือควบคุมอย่างหลวม ๆ อาจถูกตั้งคำถามว่าถูกกำหนดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่
2. อาจมีบทบาทในการเสนอความคิดเห็น แต่ต้องมีมาตรการคุมผลประโยชน์ทับซ้อน
- สามารถให้ข้อมูลจากมุมมองผู้ใช้: การมี สส. ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจช่วยให้คณะกรรมการเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้ และเหตุผลที่พวกเขาเลือกใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทนบุหรี่ทั่วไป
- ต้องแสดงความโปร่งใส: หาก สส. มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า หรือเป็นผู้สนับสนุนการค้า ควรเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้และอาจพิจารณาถอนตัวจากกระบวนการพิจารณากฎหมาย
- ต้องยึดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และสุขภาพเป็นหลัก: การกำหนดนโยบายควรตั้งอยู่บนข้อมูลทางการแพทย์และผลกระทบต่อสาธารณสุข มากกว่าความคิดเห็นหรือประสบการณ์ส่วนตัวของ สส.
สรุป : สส. ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ควรเป็นกรรมการหลัก ในการกำหนดกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า เพราะอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนและขาดความเป็นกลาง แต่หากจะมีบทบาทในกระบวนการออกกฎหมาย ควรอยู่ในฐานะผู้ให้ข้อมูลหรือเสนอความคิดเห็นภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจนเรื่องความโปร่งใสและการตรวจสอบอคติส่วนตัว