มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
ACTION ON SMOKING AND HEALTH FOUNDATION
Press Release
ศูนย์ข่าว มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
วันที่ 2 เมษายน 2569
วันที่ข่าวตีพิมพ์ : สามารถเผยแพร่ได้ทันที
จังหวัดพังงา – นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ และภาคีเครือข่าย ร่วมแถลงข่าว “ความร่วมมือเพื่อจังหวัดพังงาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อปกป้องเด็กเยาวชนและสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามยุทธศาสตร์จังหวัดปี 2566 - 2570
นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า สถานการณ์การสูบบุหรี่ของจังหวัดพังงา จากตัวเลขอัตราการสูบบุหรี่ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จะเห็นว่า จังหวัดพังงา ซึ่งมีอัตราการสูบบุหรี่ ร้อยละ 22.0 สูงเป็นลำดับที่ 14 ของประเทศ และ เป็นลำดับที่ 9 ของภาคใต้ จึงยังคงต้องมีนโยบายเชิงรุก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำงานในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพังงาที่มุ่งสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศคุณภาพสูงระดับโลก” จังหวัดจึงมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยปลอดมลพิษจากบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ผ่าน 3 กลไกหลัก คือ การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ การคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ และการสนับสนุนการบำบัดเลิกบุหรี่อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ควบคู่กับ ปฏิบัติการ “ผู้ว่าฯ รักพิทักษ์เยาวชน” ดำเนินการป้องปรามบุหรี่ไฟฟ้าและสิ่งผิดกฎหมายในสถานศึกษาทั่วทั้งจังหวัดพังงา
ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ระบุว่า การเข้าสู่วงจรการเสพติดนิโคตินในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน จะส่งผลเสียต่อทั้งพัฒนาการของสมอง การเรียนรู้ และสุขภาพ งานวิจัยชี้ชัดว่า หากเสพติดบุหรี่ไฟฟ้ายิ่งเลิกยากกว่าบุหรี่ธรรมดา จึงอยากท้าทายจังหวัดพังงา ในการตั้งเป้าหมายลดอัตราการสูบบุหรี่จากร้อยละ 22 เหลือร้อยละ 17.7 เทียบเท่าจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีอัตราการสูบบุหรี่ต่ำสุดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้
ขณะที่ นายทินกร จุลแก้ว รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัด ยืนยันความพร้อมในการเชื่อมร้อยภาคีเครือข่ายและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ผ่านกลไกคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดซึ่งนโยบายนี้มีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างสุขภาพที่ดีให้ชุมชน ลดจำนวนผู้สูบบุหรี่รายใหม่ และสร้างพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยจากควันบุหรี่ โดย สสจ.พังงา ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนและบังคับใช้กฎหมายร่วมกับฝ่ายปกครองและท้องถิ่น
ภาคท้องถิ่น นางสมใจ เป้าทอง ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา กล่าวถึงศักยภาพของท้องถิ่นในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและการใช้กลไก รพ.สต. ที่โอนย้ายมาสังกัด อปท. เป็นด่านหน้าในการคัดกรองและบำบัดผู้เสพนิโคตินในชุมชน สอดคล้องกับแนวทางของ ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำว่าการควบคุมการบริโภคยาสูบ ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ในมิติของการสร้างสุขภาวะที่ดีและการสร้างความเท่าเทียมในสังคม ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานจะเป็นจริงได้ต้องมีนโยบายและกลไกที่เข้มแข็งของจังหวัดรองรับ
ทั้งนี้ นางนิตยา ราชานา กรรมการสมาคมสื่อวิทยุโทรทัศน์พังงาอันดามัน ผู้แทนศูนย์ข่าวปลอดควัน จ.พังงา ในฐานะตัวแทนภาคีเครือข่ายควบคุมการบริโภคยาสูบจังหวัดพังงา กล่าวว่า จากเป้าหมายที่ท้าทายจากการระดมความคิดในวันนี้ ได้แก่ การทำสถานศึกษาในจังหวัดพังงาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า 100% และลดอัตราการสูบบุหรี่ให้เหลือ 17% ในมิติของการสื่อสารและการขับเคลื่อนพื้นที่ จังหวัดพังงามีความโดดเด่นทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ในฐานะภาคประชาสังคม เราจึงจะมุ่งเน้นการ บูรณาการความโดดเด่นนี้เข้ากับมิติด้านสุขภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การแถลงข่าวครั้งนี้จัดโดย มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา ศูนย์ข่าวปลอดควันจังหวัดพังงา สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการรวมพลังของทุกภาคีเครือข่าย ซึ่งจังหวัดพังงาจึงพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายจังหวัดปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชนและยกระดับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวต่อไป
ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ คุณอุรพี จุลิมาศาสตร์ (พี) มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
02 278 1828, 086 655 8284 / urapee@ashthailand.or.th